วันที่ผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดที่สุด
กลางผืนทะเลทรายซาฮารา ประเทศตูนิเซีย
การเดินทางสอนผมเสมอ โดยเฉพาะการเดินทางที่พาผมออกไปไกลกว่าที่เคยไป และวันที่ผมมาถึง “ทะเลเกลือ Chott El Jerid” (ชอตต์ เอล เจริด)
ทะเลเกลือขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในแอฟริกาเหนือ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ “ประเทศตูนิเซีย”
ก็เป็นวันที่ธรรมชาติพูดกับผมชัดเจนที่สุด… โดยไม่ต้องใช้คำสักคำ

ก่อนหน้านี้ ถ้าพูดถึง “นาเกลือ” ผมจะนึกถึงกองเกลือขาววาวริมถนนแถวสมุทรสงคราม แต่ที่นี่กลางผืนทะเลทรายซาฮารา ภาพเดิมๆ เหล่านั้นถูกลบออกจากหัวทันที
ตรงหน้าผมคือ ทะเลเกลือ Chott El Jerid จริงๆ
ไม่ใช่นาเกลือแบบบ้านเรา แต่เป็นแผ่นดินกว้างใหญ่กว่า 5,000 ตารางกิโลเมตร
ที่ทอดยาวไกลจนเหมือนโลกถูกลบเส้นขอบออกไปหมด

บางพื้นที่เป็นแผ่นเกลือสีขาวสะอาด บางพื้นที่เป็นแผ่นดินแตกระแหงสีน้ำตาลปนขุ่นจากแร่ธาตุ ทั้งหมดนี้คือร่องรอยของ “ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในอดีต” ซึ่งครั้งหนึ่งเคยท่วมพื้นที่นี้ ก่อนที่ภูมิประเทศจะเปลี่ยนแปลงและทำให้ท้องทะเลค่อยๆ ถอยร่น
ทิ้งผลึกเกลือไว้ใต้ผืนดินเป็นเวลาหลายพันปี
ผมยืนมอง ทะเลเกลือ Chott El Jerid กว้างไกลแล้วคิดขึ้นมาเงียบๆ ว่า
บางสิ่งอาจจมหายไปนาน… แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหายไปตลอดกาล เหมือนเกลือที่เคยถูกซ่อนอยู่ใต้ทะเล แต่วันหนึ่งก็กลับขึ้นมายืนรับแสงแดดอีกครั้ง

ถนนที่เหมือนพาผมเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง
ถนนสายหนึ่งตัดตรงผ่านกลางทะเลเกลือ ตรงจนผมรู้สึกว่ามันอาจพาผมไปถึงปลายฟ้าได้จริงๆ ไม่มีโค้ง ไม่มีเนิน มีแต่เส้นตรงที่วิ่งทะลุกลางทะเลทราย ผมนั่งมองแล้วก็คิดว่า
บางช่วงของชีวิตก็เป็นเส้นทางเรียบๆ แบบนี้ ไม่มีความตื่นเต้น แต่ให้เวลาเราทบทวนว่าเรากำลังจะไปไหนกันแน่
หน้าที่ของเรามีเพียงอย่างเดียว… เดินหน้าต่อไป

ฟองคลื่นที่ไม่ใช่ฟองคลื่น
ริมบ่อเกลือ ผมเดินเข้าไปดูใกล้ๆ และพบผลึกเกลือจับตัวเป็นก้อนคล้ายฟองคลื่นริมชายหาด แต่พอสัมผัส… มันแข็งเหมือนหิน
แดดลมทะเลทรายทำให้มันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างทรหด
จนกลายเป็นรูปทรงงดงามแบบที่ธรรมชาติเท่านั้นจะทำได้
ผมมองมันแล้วก็รู้สึกว่า
บางความงามไม่ได้เกิดจากความอ่อนโยน แต่เกิดจากการยืนหยัดผ่านสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย
Mirage ลวงตาแห่งทะเลทราย
ระหว่างขับรถต่อ ผมเห็นภาพคล้ายรถไฟลากโบกี้อยู่ไกลๆ
เห็นจนผมเกือบยกกล้องขึ้นมาถ่าย แต่พอเพ่งมองนานขึ้น ภาพนั้นค่อยๆ ละลายไปกลางอากาศร้อนระอุ มันคือ “มิราจ” ภาพลวงตาที่เกิดจากความร้อนใกล้พื้นดิน
ผมยิ้มออกมาเบาๆ
ในชีวิตผมเองก็เคยเจออะไรแบบนี้ บางเรื่องดูเหมือนใช่ แต่สุดท้ายก็เป็นภาพลวงเหมือนกัน
ธรรมชาติแค่เตือนให้ผม “มองให้นานขึ้นอีกนิด ก่อนจะเชื่ออะไรเร็วเกินไป”

ความเงียบที่ผมคิดถึงที่สุด
เมื่อผมลงจากรถมายืนกลาง ทะเลเกลือ Chott El Jerid โลกทั้งใบเหมือนเงียบลงอย่างน่าประหลาด
ลมทะเลทรายพัดผ่านหน้าเบาๆ จนผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดมาก
ยิ่งเงียบเท่าไร… ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองได้กลับมาอยู่กับตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
ที่นี่ทำให้ผมรู้ว่า
ความว่างเปล่า ไม่ได้หมายถึงความอ้างว้างเสมอไป มันอาจเป็นพื้นที่ว่างให้เราวางความเหนื่อยล้า ที่พกมาจากชีวิตประจำวัน
ก่อนขึ้นรถ ผมหันกลับไปมอง ทะเลเกลือ Chott El Jerid อีกครั้ง เห็นตัวเองเป็นแค่คนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
แต่การเดินทางครั้งนี้ทำให้ผมเข้าใจว่า ทุกการหายไปมีความหมาย ทุกการเปลี่ยนแปลงมีเหตุผล และทุกความเจ็บปวด… วันหนึ่งมันจะตกผลึกเป็นตัวเราที่แข็งแรงกว่าเดิมเสมอ

ทะเลเกลือ Chott El Jerid กลางประเทศตูนิเซีย
ไม่ได้สะท้อนแค่ท้องฟ้า แต่มันสะท้อนใจผมกลับมาด้วย